ทั้งนี้เพื่อให้เป็นแหล่งกลางการประสานงาน และเป็นสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสงเคราะห์ชาวเขา และเพื่อที่จะให้การสงเคราะห์ชาวเขาได้ผลดีตามความมุ่งหมาย โดยมี นายประสิทธิ์ ดิศวัฒน์ รับตำแหน่งหัวหน้ากองสงเคราะห์ชาวเขา เป็นท่านแรก
เขา ให้ได้ผลดียิ่งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งกรมประชาสงเคราะห์ได้นำ ผลการวิจัยมาใช้เพื่อการพัฒนา ดังปรากฏผลทางนโยบายในหลายๆ เรื่องและขยายผลในทางปฏิบัติในเวลาต่อมา เช่น การประกาศใช้นโยบายรวมพวก (Policy of Integration) ในปีพ.ศ. 2519 และให้ใช้การพัฒนาแบบเขตพื้นที่โดยระบบสมบูรณ์แบบ (Zonal Integrated Development) ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาที่เน้นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามแนวลาดชันในพื้นที่ลุ่มน้ำ (Watershed Area) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและหยุดยั้งการทำไร่เลื่อนลอย เปลี่ยนมาเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบถาวรให้ชาวเขาตั้งถิ่นฐานถาวรเป็นหลักแหล่ง เป็นต้น
ร ตลอดทั้งพิจารณาเลือกหมู่บ้านชาวเขาที่จะตั้งเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ซึ่งในการสร้างความสัมพันธ์กับชาวเขานั้น คณะกรรมการสงเคราะห์ชาวเขาเห็นว่ามีความสำคัญมาก จึงได้มีมติให้จัดตั้ง โครงการชาวเขาสัมพันธ์ ขึ้น เพื่อโน้มน้าวให้ชาวเขามีความจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมือง เคารพในองค์พระมหากษัตริย์ มีความรักและหวงแหนแผ่นดิน เป็นกำลังสำคัญในการรักษาความปลอดภัยทางชายแดน ซึ่งในการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวนี้ กรมประชาสงเคราะห์ โดยกองสงเคราะห์ชาวเขา ได้ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิเอเชีย เพื่อจัดตั้งโครงการพระธรรมจาริก ขึ้น ร่วมกับคณะสงฆ์ ในปีพ.ศ. 2508 เพื่อส่งพระสงฆ์คณะหนึ่งเรียกว่า “คณะพระธรรมจาริก”ไปเผยแพร่พระพุทธศาสนาแก่ชาวเขา พร้อมทั้งจัดตั้งสำนักสงฆ์ขึ้นตามหมู่บ้านชาวเขาที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ต่อมาในปีพ.ศ. 2513 จึงได้จัดตั้งมูลนิธิเผยแพร่พุทธศาสนาแก่ชนถิ่นกันดารในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment
Note: Only a member of this blog may post a comment.